gclub เลสเตอร์ ซิตี้ เชือด คริสตัล พาเลซ

เลสเตอร์ ซิตี้ เชือด คริสตัล พาเลซ 2 – 0

เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผมเฝ้าดูในเกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คู่เลสเตอร์ ซิตี้ “จิ้งจอกสยาม”กับ “ปราสาทเรือนแก้ว” คริสตัล พาเลซ เพื่อเยียวยาหัวใจจากผลบอลเมื่อคืนวาน ตามประสาคนที่เคยอกหักผิดหวังซ้ำซาก

และผลก็เป็นไปตามที่หัวใจต้องการ “จิ้งจอกสยาม” บุกเข้ายึด “ปราสาทเรือนแก้ว”ได้ไม่ยากเย็นนัก 2 ประตูต่อ 0 ส่งผลให้เป็นทีมม้ามืดที่จะเบียดบี้กับ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในการลุ้นแชมป์ลีกฤดูกาลนี้

ซึ่งผลงานที่พร้อมจะหักปากกาเซียนดังกล่าว นอกจากคุณภาพโดยรวมของทีมยิ้มสยามแล้ว ยังเป็นผลงานสรรสร้างระดับคับแก้วของมิดฟิลด์พรสวรรค์เจมส์ แมดดิสัน และเจมี่ วาร์ดี้ หัวหอกจอมเก๋าผู้เคยมาเยือนเมืองไทยหลายครั้ง และที่สุดของที่สุดคือฝีมือล้วนๆของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ยอดกุนซือแหนบทองคำฝังเพชร

ปัจจัย 1 เจมส์ แมดดิสัน วัย 22 ขวบปี แมนออฟเดอะแมตช์ในนัดนี้ จากสถิติบ่งบอกว่าค่าตัวที่พรวดพราดขึ้นมาสูงกว่า 100 ล้านปอนด์มิได้มาเพราะโชคช่วย แมดดิสันสร้างโอกาสได้ถึง 8 ครั้ง ผ่านบอล 33 ครั้ง ผ่านบอลสำเร็จ 32 ครั้ง และแย่งบอลได้ 5 ครั้ง

ปัจจัย 2 เจมี่ วาร์ดี้ ถึงแม้อายุจะเลย 30 ไปแล้ว แต่ประสบ การณ์และสัญชาตญาณเพชฆาตยังไม่โรยรา ในนาทีที่ 88 วาร์ดี้ทำชิ่งกับ เดเมอไร เกรย์ ก่อนจะจบสกอร์ด้วยเท้าซ้ายซัดประตูอันคมกริบปิดกล่องเป็น 2 – 0 และทีมคว้า 3 คะแนนสำคัญ ทำให้เขาเป็นผู้เล่นคนแรกที่ซัดได้ 10 ลูกในพรีเมียร์ลีก และเป็นครั้งที่ 2 ที่เขาทำได้หลังโชว์ฟอร์มระเบิดเถิดเทิงในฤดูกาล 2015 – 16 ที่ส่งให้เลสเตอร์ซิตี้ผงาดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้อย่างเหลือเชื่อ

ปัจจัย 3 เพราะเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ซึ่งไม่จำเป็นต้องย้อนอดีตว่าเขาสร้าง “หงส์ขาว”สวอนซี ซิตี้ให้เป็น”สวอนเซโลน่า” ก่อนจะมาเหลาเดือยเติมพลังแข้งให้ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ให้มีโอกาสเกือบคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ในฤดูกาล 2013-2014 ได้อย่างไร

นับตั้งแต่ที่ “บีร็อด” เข้ามากุมบังเหียนเขาได้ทำให้ เลสเตอร์ซิตี้ กลับเข้าสู่ระดับมาตรฐานสากลอีกครั้ง กลายเป็นทีมที่เพรสชิ่งบอลบนพื้นได้ดี มีจังหวะการครองเกมที่แน่นนอน ไหลลื่น และพุ่งโจมตีคู่แข่งอย่างรวดเร็วหลากหลายรูปแบบ ทำให้ ผลงานของทีมยิ้มสยามในฤดูกาลนี้มีโอกาสสร้างปฏิหาริย์อีกครั้ง เพราะผ่านไป 11 นัดในเกมพรีเมียร์ลีก ร็อดเจอร์ส นำทีมเก็บแต้มไปถึง 23 คะแนน ในอันดับที่ 3 เป็นรองลิเวอร์พูล 7 แต้มแต่ตามหลังรองจ่าฝูงอย่างแมนฯซิตี้แค่ 2 แต้มเท่านั้น เหนือกว่าทีมชนชั้นวรรณะสูงกว่าอย่าง ฮอตสเปอร์, เชลซี อาร์เซนอล หรือแมนยูฯ ด้วยซ้ำไป

ต้องมาติดตามกันต่อไปว่า “ปรากฏการณ์ เลสเตอร์ 2019” จะเกิดขึ้นอีกเป็นคำรบสองหรือไม่

ShareShare on FacebookShare on Google+Tweet about this on TwitterShare on LinkedInPin on PinterestShare on TumblrShare on VKShare on YummlyEmail this to someonePrint this pageShare on Reddit